ข้อมูลเบื้องต้นของเชื้อเอชไอวี

ความแตกต่างระหว่างเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

เชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์มักเขียนเหมือนกับว่าเป็นคำเดียวกัน และมีความหมายอย่างเดียวกัน แต่เชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์เป็นสิ่งที่แตกต่างกัน

เอชไอวีเป็นตัวย่อของคำว่า ฮิวแมน อิมมิวโนเดฟฟิเชียนซี ไวรัส (Human Immunodeficiency virus) คนที่ติดเชื้อเอชไอวี (ภาษาอังกฤษเรียกว่า เอชไอวีโพสสิถีฟว์) ต่อเมื่อไวรัสนี้ได้เข้าสู่กระแสเลือดของคนนั้นๆ

เชื้อเอชไอวีทำลายระบบภูมิคุ้มกันซึ่งคอยปกป้องร่างกายจากโรคต่าง ๆ ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของคนไหนถูกไวรัสทำลายลงอย่างรุนแรง คนนั้นจะเป็นโรคเอดส์หรือ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome) ซึ่งหมายความว่าคน ๆ นั้นมักจะเกิดการติดเชื้อและอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่โดยปกติร่างกายจะต่อสู้กับอาการเหล่านั้นได้

การตรวจพบเชื้อเอชไอวีไม่จำเป็นต้องหมายความว่าคนนั้นเป็นโรคเอดส์ หรือกำลังจะตาย  การบำบัดรักษาจะชะลอการทำลายระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวียังสามารถมีสุขภาพที่ดี และดำเนินชีวิตที่แข็งแรงและสมใจได้

เชื้อเอชไอวีแพร่ไปได้อย่างไร

เชื้อเอชไอวีพบได้ในของเหลวในร่างกาย เช่นเลือด น้ำอสุจิของชาย เมือกในช่องคลอดหญิง และน้ำนมมารดา การติดเชื้อเกิดขึ้นได้เพียงเมื่อของเหลวจากผู้มีเชื้อได้เข้าสู่กระแสเลือดของอีกคนหนึ่ง

หลีกเลี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างไร

เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่ไปได้โดยผ่านทางบาดแผลเล็กๆ หรือแผลถลอกที่ไม่สามารถมองเห็นในผนังของช่องคลอด และอวัยวะเพศชาย หรือทวารหนัก ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน (การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย) กับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี

เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี ควรมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ดังนี้

•    ใช้ถุงยางอนามัยชิ้นใหม่ และน้ำยาหล่อลื่นที่ใช้น้ำเป็นส่วนผสมหลัก เช่น เค-วาย เจลลี่ (KY-jelly) หรือ เว็ตสตั๊ฟฟ์ (Wetstuff) ทุกๆครั้งที่ท่านมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก การปฏิบัติเช่นนี้ยังช่วยป้องกันท่านจากการได้รับเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้อีกด้วย

Advertisements

10 ข้อดีของฟองน้ำ ที่เจ๋งกว่าแค่ใช้ล้างจานซะอีก

ประโยชน์ของฟองน้ำ ที่นอกจากจะใช้ล้างจานในบ้านแล้ว จะมีใครรู้ไหมว่ามันแอบซ่อนประโยชน์ที่มากมายเอาไว้มากกว่านั้นอีกนะ..

หากเอ่ยถึง ฟองน้ำ หลายบ้านอาจจะรู้สึกว่ามีไว้เพื่อใช้ล้างจานเพียงอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วด้วยรูปทรงที่ยืดหยุ่นและคุณสมบัติที่หลากหลาย ฟองน้ำล้างจาน จึงสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ซึ่งในวันนี้กระปุกดอทคอมจะขอนำข้อดีของฟองน้ำ มาเสิร์ฟให้ได้ทำความรู้จักกันถึงที่ รับรองว่าบางอย่างอาจจะเป็นประโยชน์ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็ได้

1. กำจัดขุยบนเสื้อผ้า

เสื้อกันหนาวแบบไหมพรม หรือเสื้อผ้าบางชนิด หากผ่านการใช้งานไปนาน ๆ มักจะมีขุยเกิดขึ้น แลดูไม่สวยเลย ก็สามารถใช้ฟองน้ำในการกำจัดขุยนั้นออกได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำมาถูเบา ๆ ลงบนเนื้อผ้า เพื่อขัดเอาขุยเหล่านั้นออกไป จากนั้นตามด้วยอุปกรณ์ตัดขุยผ้าอีกครั้งเพื่อความเรียบร้อย

2. กักเก็บน้ำให้ต้นไม้ดูงาม

ด้วยคุณสมบัติของฟองน้ำที่สามารถอุ้มน้ำได้ จะช่วยกักเก็บน้ำส่วนเกินจากการรดน้ำต้นไม้ได้ และยังจะช่วยรักษารากให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ แม้ว่าจะลืมรดน้ำก็ตาม เพียงแค่ใส่ฟองน้ำไว้ในกระถางใต้ต้นไม้ เท่านี้ต้นไม้ก็จะดูไม่แห้งเหี่ยวอีกต่อไป แต่ควรเน้นเฉพาะต้นไม้ที่ต้องการน้ำมากเท่านั้น ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เฉาตายได้นะจ๊ะ

3. กำจัดขนสัตว์เลี้ยงในพรม

ฟองน้ำชื้น ๆ เป็นอุปกรณ์ยอดเยี่ยมสำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ เพราะว่ามีคุณสมบัติในการดึงดูดขนสัตว์ตัวก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในพรมออกมาได้ โดยนำฟองน้ำชุบน้ำซับลงไปบนพรมให้ขนสัตว์ติดออกมา หรือจะใช้เครื่องดูดฝุ่นซ้ำอีกรอบก็ได้

4. แก้ปัญหาน้ำหยด

หลายคนเจอปัญหาน้ำหยดน้ำรั่วซึมจากตู้เย็นบ้าง หรือตามรอยหลังคารั่วบ้าง ฟองน้ำก็ใช้ประโยชน์ในกรณีนี้ได้เช่นกัน โดยแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการนำฟองน้ำไปซับน้ำแล้วบิดทิ้งลงถัง แล้วค่อยนำไปเททิ้งทีเดียวเมื่อเต็มถัง แค่นี้ก็ช่วยทุ่นเวลาไปได้แล้ว แถมยังไม่ต้องใช้ผ้าขี้ริ้ว หรืออดีตเสื้อตัวโปรดมาเช็ดด้วย

5. ห่อหุ้มสิ่งของป้องกันแตก

หากคุณกำลังจะย้ายสิ่งของหรือจัดเก็บสิ่งของที่บอบบาง ง่ายต่อการแตกหัก ก็อย่าลืมที่จะบุฟองน้ำรองสิ่งของเหล่านั้นไม่ให้แตกด้วย โดยอาจจะนำมายัดไว้ตามมุมของกล่องเพื่อกันกระแทก หรือถ้าไม่กลัวเปลืองก็ใช้ห่อไว้รอบ ๆ สิ่งของที่กลัวแตกได้เลย

6. ซับน้ำฝน

เมื่อหุบร่มหลังกลับมาจากเจอฝนนอกบ้านแล้ว ยังต้องมาเจอปัญหากับน้ำฝนที่หยดจากร่มอีก ให้นำฟองน้ำมาเจาะรูให้พอดีกับหัวแหลม ๆ ของร่ม แล้วนำด้านหัวร่มเสียบลงไปในฟองน้ำ จะช่วยซับน้ำฝนไม่ให้หยดเลอะบ้านได้แบบสบาย ๆ

7. ล้างเล็บแบบทันใจ

ล้างเล็บวิธีธรรมดาอาจจะเสียเวลาเกินไป มาลองใช้วิธีที่รวดเร็วกว่านั้นดู โดยนำฟองน้ำมาม้วนแล้วยัดลงไปในขวดแก้ว จากนั้นเทน้ำยาล้างเล็บลงไปให้ชุ่ม หลักการใช้งานไม่มีอะไรมากแค่นำนิ้วสอดเข้าไปแล้วหมุนให้ทั่วในจุดที่ต้องการล้างเล็บ เท่านี้เล็บของเราก็สะอาดปราศจากสีทาเล็บแบบง่าย ๆ เลย

8. ป้องกันรอยขีดข่วน

ก่อนที่คุณจะนำแจกันใบหรูหราไปวางบนโต๊ะ แนะนำให้นำฟองน้ำชิ้นเล็ก ๆ ไปติดไว้ที่ฐานเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน อีกทั้งยังช่วยกันกระแทกทั้งแจกันและโต๊ะไม่ให้เกิดร่องรอยกวนใจได้

9. อุดช่องไม่ให้แอร์ออก

เคยเปิดแอร์แล้วรู้สึกไม่ค่อยเย็นไหมคะ นั่นอาจเป็นเพราะสาเหตุที่มีจุดใดของบ้านปิดไม่สนิท เช่น ช่องระบายอากาศ หรือช่องหน้าต่างเป็นต้น ลองนำฟองน้ำขนาดพอเหมาะมาอุดช่องเหล่านั้นไว้ เพื่อไม่ให้อากาศเย็นไหลออกไปได้ แค่นี้แอร์ก็เย็นฉ่ำขึ้นแล้ว

10. ทำเล็บเท้าง่าย ๆ ได้เอง

ผู้หญิงหลายคนที่รักษาความงามของเล็บเท้า มักจะพบกับปัญหา เวลาทาเล็บเท้าด้วยตัวเองทีไรสีเลอะจนเบื่อหน่ายทุกที หายห่วงได้เลยถ้าบ้านคุณมีฟองน้ำ นำมาตัดแล้วสอดไว้ระหว่างนิ้วเท้าก่อนทาสีเล็บ และค่อย ๆ บรรจงทา จากนั้นปล่อยให้แห้ง ก็สวยได้ไม่ต้องง้อร้านทำเล็บเลย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วว่าฟองน้ำสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ก็อย่าลืมนำมาปรับใช้เพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น และที่สำคัญประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วยนะคะ

เปิด 10 อันดับเมืองที่มีชั่วโมงทำงานมากที่สุดในโลก

เมืองที่มีเวลาทำงานต่อสัปดาห์มากที่สุดในโลก งานนี้เอเชียครองแชมป์ ในขณะที่ยุโรปติดอันดับเวลาทำงานน้อยที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์ china.org.cn ได้เปิดเผยการจัดอันดับเมืองที่มีเวลาทำงานต่อสัปดาห์มากที่สุดในโลก ซึ่งจัดทำขึ้นโดยสหภาพธนาคารแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (United Bank of Switzerland – UBS) โดยการจัดอันดับนี้ครอบคลุม 15 ภาคส่วนของการทำงาน ใน 71 เมืองทั่วโลก

ทั้งนี้ ผลปรากฏว่าเวลาการทำงานโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ของเมืองในทวีปเอเชียสูงกว่าเวลาการทำงานของเมืองในทวีปยุโรป โดยเมืองฮ่องกง ของประเทศจีนรั้งอันดับ 1 คนทำงานเฉลี่ย 50.11 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

สำหรับเมืองที่มีเวลาทำงานโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์มากที่สุดในโลก 10 อันดับ ได้แก่

1. เมืองฮ่องกง ประเทศจีน 50.11 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

2. เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย 43.78 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

3. กรุงเม็กซิโก ซิตี ประเทศเม็กซิโก 43.48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

4. กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย 42.57 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

5. กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 42.13 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

6. เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 42.03 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

7. กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

8. กรุงไทเป ไต้หวัน ประเทศจีน 41.17 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

9. กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 40.42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

10. เมืองโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย 40.30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

          ในขณะเดียวกัน ประเทศที่มีเวลาทำงานโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์น้อยที่สุดในโลก ได้แก่ กรุงปารีส ของประเทศฝรั่งเศสติดอยู่ในอันดับที่ 1 ด้วยเวลาการทำงานเพียง 30.48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น ตามมาด้วยเมืองลียงในประเทศฝรั่งเศส ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าฝรั่งเศสได้มีการออกกฎหมายห้ามพนักงานส่งอีเมลที่เกี่ยวข้องกับงานหลังเลิกงานและในวันหยุด โดยทั้ง 10 อันดับของเมืองที่มีเวลาการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์น้อยที่สุดในโลก มีดังนี้
          1. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 30.48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

2. เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส 31.36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

3. กรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย 31.67 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

4. เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ 31.90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

5. กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย 32.26 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

6. กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี 32.51 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

7. เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก 32.63 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

8. เมืองลักเซมเบิร์ก ซิตี ประเทศลักเซมเบิร์ก 32.75 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

9. เมืองวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย 33 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

10. กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม 33.01 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

          นอกจากนี้การสำรวจยังได้พบอีกว่า ฮ่องกงยังเป็นเมืองที่มีวันหยุดประจำปีเพียง 17.2 วันต่อปี ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของวันหยุดประจำปีทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 23 วันต่อปี

วันงดสูบบุหรี่โลก 2559

วันงดสูบบุหรี่โลก 2559 World No Tobacco Day 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก

ทุกคนก็คงจะรู้ถึงโทษของการสูบบุหรี่กันอยู่แล้วว่า มันส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอย่างไร แต่หลายคนก็ยังเลือกที่จะสูบมัน บางคนเลือกที่จะสูบบุหรี่เพียงเพราะความเท่จนในที่สุดก็ติดเป็นนิสัย และเนื่องในวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีนั้น เป็น วันงดสูบบุหรี่โลก กระปุกดอทคอมจึงมีบทความเกี่ยวกับวันงดสูบบุหรี่โลก มาฝาก และลองใช้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเลิกบุหรี่กันดีไหม?

  วันงดสูบบุหรี่โลก เริ่มมีการจัดงานครั้งแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 เนื่องจากองค์การอนามัยโลกเล็งเห็นอันตรายของบุหรี่และสุขภาพของผู้สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่ไม่สูบแต่ต้องมารับควันบุหรี่ด้วย จึงจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลก หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า World No Tobacco Day เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เลิกสูบ และให้รัฐบาลชุมชน และประชากรโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่ใช้ชื่อว่า World Spidemic ซึ่งสื่อถึงการสูบบุหรี่ที่เป็นเหมือนโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก โดยในวันงดสูบบุหรี่โลกในแต่ละปี ก็จะมีคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2531-คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2559

          – คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2531 คือ บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ (Between tobacco and the health, choose health)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2532 คือ พิษของบุหรี่ต่อสตรี ยิ่งมีมากกว่าบุรุษ (Women and Tobacco : Added risk)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2533 คือ เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากภัยบุหรี่ (Growing up without tobacco)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2534 คือ สถานที่สาธารณะและยวดยานปลอดบุหรี่ (Public places and transport : Better be tobacco free)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2535 คือ ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย (Tobacco free work places : Safer and healthier)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2536 คือ บุคลากรสาธารณสุขร่วมสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่ (Health services, our window to a tobacco–free world)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2537 คือ ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่ (The media against tobacco)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2538 คือ บุหรี่ก่อความสูญเสียมากกว่าที่คุณคิด (Tobacco costs more than you think)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2539 คือ ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่ (Sport and the arts : play it tobacco free)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2540 คือ ผนึกกำลังเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ (United for a Tobacco–free world)

          คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2541 คือ คนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่ (Growing up without tobacco)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2542 คือ อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา…เลิกบุหรี่ (Leave the pack behind)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2543 คือ บุหรี่คร่าชีวิต อย่าหลงผิดตกเป็นเหยื่อ (Tobacco kills don’t be Duped)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2544 คือ เห็นใจคนรอบข้าง ร่วมสร้างอากาศสดใส  ปลอดจากภัยควันบุหรี่ (Second-Hand Smoke : Let’s Clear the Air)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2545 คือ กีฬาปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ (Tobacco Free Sports–Play it clean)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2546 คือ ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อเยาวชน (Tobacco free films tobacco free fashion)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2547 คือ บุหรี่ : ยิ่งสูบ…ยิ่งจน (ครอบครัวปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง) (Tobacco and Poverty (A Vicious Circle))

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2548 คือ ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่ (Health Professionals and Tobacco Control)

  คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2549 คือ บุหรี่ทุกชนิดนำชีวิตสู่ความตาย (Tobacco: Deadly in any form or disguise)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2550 คือ ไร้ควันบุหรี่ สิ่งแวดล้อมดี  ชีวีสดใส (100% Smoke-Free Environments : Create and Enjoy)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2551 คือ เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่ (Tobacco – free Youth)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2552 คือ บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย (Tobacco Health Warnings)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2553 คือ หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่ (Genderand Tobacco Withan Emphasis on Marketing to women)

          คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2554 คือ พิทักษ์สิทธิตามกฎหมาย มุ่งสู่สังคมไทยปลอดบุหรี่ (The WHO Framework Convention on Tobacco Control)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2555 คือ จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ  (Tobacco Industry Interference)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2556 คือ ไม่ใช้ ไม่รับ ไม่สนับสนุนโฆษณายาสูบร้าย ทำลายชีวิต (Ban tobacco advertising, promotion and sponsorship)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2557 คือ บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด (Raise taxes on tobacco)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2558 คือ หนุนกฎหมายบุหรี่ใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย (Stop illicit trade of tobacco products)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2559 คือ ซองบุหรี่แบบเรียบ ลดภัยเงียบ ลดโรค (Get ready for plain packaging)

ผู้ลี้ภัยชาวเฮติถึงกับหลั่งน้ำตา ได้ศึกษาจนเรียนจบโรงเรียนนายร้อยดีที่สุดของสหรัฐฯ

ภาพแสนประทับใจของนักเรียนนายร้อยหนุ่ม อดีตผู้ลี้ภัยชาวเฮติ หลั่งน้ำตาลูกผู้ชายที่เต็มไปด้วยความปีติยินดี หลังจบการศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทหารบก จากสถาบันของกองทัพที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ เผยไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะมีวันเกียรติยศเช่นนี้

         วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์ Business Insider เปิดเผยภาพสุดประทับใจ ร้อยตรีอลิกซ์ ชโคลเชอร์ ไอดราช หลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ ขณะที่กำลังเข้าแถวในพิธีจบการศึกษา จากโรงเรียนนายร้อยทหารบกเวสต์พอยท์ ในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถาบันนายร้อยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

         เมื่อสื่อมวลชนขอสัมภาษณ์ร้อยตรีอลิกซ์ ถึงเหตุผลที่เขาร้องไห้ออกมาในพิธีจบการศึกษา เจ้าตัวก็ระบุว่า ตนเคยอพยพลี้ภัยมาจากประเทศเฮติ และไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้รับเกียรติให้เป็นนายทหารแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นนี้

รายงานระบุว่า ร้อยตรีอลิกซ์ เคยเป็นผู้อพยพลี้ภัยจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ โดยเขาเข้ามาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2009 เมื่อได้รับโอกาสเริ่มชีวิตใหม่ เขาก็ตั้งอกตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ กระทั่งได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนนายร้อย และได้รับเกียรติแต่งตั้งให้เป็นนายทหารในที่สุด

         “พ่อของผมบอกเสมอว่า การศึกษาคือของขวัญชิ้นเดียวที่ท่านพอจะมอบให้ผมได้” ร้อยตรีอลิกซ์ กล่าว

         หลังจากนี้ ภารกิจแรกของร้อยตรีอลิกซ์ในฐานะทหาร คือการเดินทางไปยัง ฟอร์ต รัคเกอร์ (Fort Rucker) รัฐแอละแบมา เพื่อประจำการในศูนย์การบินของกองทัพสหรัฐฯ

จับผิดพ่อค้าขายน้ำส้มปลอมแถวเกษตรฯ

อีกแล้ว ! ชาวเน็ตจับผิดพ่อค้าขายน้ำส้มคั้นปลอม ทำทีคั้นส้มสด ๆ ก่อนกรอกน้ำส้มที่เตรียมไว้ใส่ขวดขาย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พร้อมแนะวิธีดูน้ำส้มคั้นแท้

เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวและหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินกันมากขึ้น สำหรับกรณีที่มีการรวบตัวสองสามีภรรยาชาวเวียดนามที่หัวหมอนำน้ำส้มปลอมกับน้ำประปา โดยมีการแต่งรสหวานจากสารขัณฑสกรและสีส้ม บรรทุกใส่รถเข็นออกเร่ขายไปทั่วเมือง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้

ล่าสุด (24 พฤษภาคม 2559) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก ใจบางบาง ใยไหม หญิงในเชิงบวก ที่ได้โพสต์ภาพของพ่อค้าขายน้ำส้มคั้นรายหนึ่งบริเวณแยกเกษตรมีพฤติกรรมเข้าข่ายขายน้ำส้มปลอมเช่นเดียวกัน โดยทำทีคั้นน้ำส้มสด ๆ แต่บางจังหวะมีการนำขวดเปล่าไปกรอกน้ำส้มจากอีกขวดหนึ่งมาวางขาย จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ ผู้บริโภคและถูกหลักอนามัย

ขณะ ที่ รศ. ดร.พรรัตน์ สินชัยพานิช หัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แนะวิธีการเลือกซื้อน้ำส้มคั้นสดให้ได้ของจริงว่า ผู้บริโภคควรเลือกร้านที่มีการคั้นสด ๆ และควรสังเกตว่าน้ำส้มคั้นแท้จะต้องมีเนื้อส้มและกลิ่นของเปลือกส้ม เมื่อวางทิ้งไว้ระยะหนึ่งน้ำส้มจะแยกตัวเป็นชั้น

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ใจบางบาง ใยไหม หญิงในเชิงบวก

อัตราค่าธรรมเนียมเปลี่ยนบัตร ATM แบบเดิมเป็นชิปการ์ดของแต่ละธนาคาร

เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแบบเดิมเป็นชิปการ์ด แต่ละธนาคารคิดค่าธรรมเนียมเท่าไร มาเช็กข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย

เราคงทราบข่าวกันแล้วว่าตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป ธนาคารพาณิชย์ในประเทศทุกแห่งจะเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบเดิม เป็นระบบชิปการ์ดแทน เพื่อสร้างความปลอดภัยในการใช้บัตรทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งก่อนหน้านี้มักจะมีปัญหาการปลอมแปลงบัตร โจรกรรมข้อมูลในบัตร อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ถือบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็ก หรือบัตรเดบิตแบบเดิม ยังคงสามารถใช้บัตรดังกล่าวทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็มต่อไปได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ดังนั้นจึงยังไม่ต้องรีบเปลี่ยนบัตรใหม่ดังที่กังวลกัน

แต่สำหรับคนที่ต้องการจะเปลี่ยนบัตรให้เป็นระบบชิปการ์ดเลย สามารถเปลี่ยนบัตรได้ที่ธนาคาร ซึ่งค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรขึ้นอยู่ตามอัตราและเงื่อนไขที่ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งป็นผู้กำหนด โดยบางธนาคารอาจมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรชั่วคราว เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการ ทางศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้รวบรวมข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมการทำบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิตแบบชิป จากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 มาให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมในเบื้องต้น และจะได้ทราบว่าหากเรานำบัตรเดิมไปเปลี่ยนเป็นระบบชิปการ์ด จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าไร

 

ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ สามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขจากธนาคารโดยตรง และสามารถตรวจสอบข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมอื่น ๆ จากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ที่ อัตราค่าธรรมเนียมเปรียบเทียบ”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
ธนาคารแห่งประเทศไทย
เฟซบุ๊ก ศคง. 1213